ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

Social Assistance Center Hotline 1300 Ministry of Social Development and Human Security

บทความ
บทความที่น่าสนใจ
กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ โดยศูนย์ปฏิบัติการ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ได้เก็บรวบรวมสถิติ การจับกุมการค้ายาเสพติด ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562 ถึงกุมภาพันธ์ 2563   โดยเก็บรวบรวมข้อมูล มาจาก ข่าวสารและสถานการณ์ ประจำวัน พบว่า

สถิติการจับกุมในรอบปี 2562 สามารถจับกุมยาเสพติด
ได้ทั้งสิ้น 2,018 คดี 
ยาบ้ากว่า 65 ล้านเม็ด ยาไอซ์กว่า6,000 กิโลกรัม เฮโรอีนกว่า 990 กิโลกรัม โคเคนกว่า 100 กิโลกรัม และกัญชาแห้งกว่า 9,300 กิโลกรัม 
โดยสำนักงาน ป.ป.ส.สามารถยึดอายัดทรัพย์สิน
ได้กว่า 118 ล้านบาท และรอตรวจสอบอีกกว่า 
1,300 ล้านบาท

โดยมีคดีที่น่าสนใจ อาทิ คดีที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับผู้ต้องหา 3 คน พร้อมยาไอซ์ประมาณ 
200 กิโลกรัม บริเวณสามแยกนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นการลักลอบลำเลียง
มาจากชายแดนไทย-เมียนมาร์ เพื่อเตรียมส่งมอบ
ให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง 

จากการตรวจสอบพบว่า
ที่ผ่านมายาไอซ์ถูกลักลอบ
นำเข้ามาตามแนวชายแดน
ด้านตะวันตกถึง 7 ครั้ง คือ ลักลอบนำเข้าทาง 
อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 2 ครั้ง รวม 1,787 กิโลกรัม

อ.แม่สอด  จ.ตาก  2 ครั้ง รวมน้ำหนัก 1,581 กิโลกรัม

และ อ.พบพระ จ.ตาก 3 ครั้ง 
รวม 2,469  กิโลกรัม  

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 มีการตรวจจับยึดยาไอซ์ได้
น้ำหนัก 910 กิโลกรัม 
และคีตามีน 100 กิโลกรัม  ที่ลักลอบนำเข้าทาง 
อ.พบพระ จ.ตาก รวมยาไอซ์ที่จับยึดได้มากถึง 
6,747  กิโลกรัม

แนวโน้มการลักลอบลำเลียง
นำยาเสพติดเข้ามายังประเทศไทยทางชายแดนด้านตะวันตก
เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 
ยาเสพติดส่วนใหญ่จะถูกลักลอบลำเลียงส่งไปขายในต่างประเทศ โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย 

นอกจากนี้ 
ยังมีการจับชาวต่างชาติ
ผิวสีอีก 3 คดี ซึ่งมีการลักลอบนำโคเคน
เข้าประเทศผ่านทาง
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยการกลืนลงท้อง 

ซึ่งปัจุบันกลุ่มขบวนการค้าลำเลียงยาเสพติดบางกลุ่ม ได้ใช้พาหนะที่ติดตรา
เครื่องหมายของทางราชการ รถกู้ภัย รถพยาบาล หรือรถรับส่งผู้ป่วย ในการลำเลียงยาเสพติด เพื่ออำพรางและหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกเรียกตรวจ ณ จุดตรวจ จุดสกัด ต่างๆของเจ้าหน้าที่

ความเปลี่ยนแปลงของแนวทาง
ขนถ่าย ลำเลียง เพื่อหลบหนีการจับกุม ดังกล่าว เป็นผลมาจากมาตรการสกัดกั้น
ตั้งด่าน จุดตรวจ ตามแนวชายแดนภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  

อีกทั้งที่ผ่านมา หน่วยกำลังป้องกันชายแดน
ภาคเหนือทั้งทหารและตำรวจ
ก็มีการปะทะกับกลุ่มผู้ลักลอบ
ลำเลียงยาเสพติดบ่อยครั้ง สร้างความสูญเสียให้กับ
ฝ่ายตรงข้ามทั้งกำลังคน
และยาเสพติดเป็นจำนวนมาก ทำให้กลุ่มผู้ลักลอบลำเลียง
ขนยาเสพติดต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงและนำเข้าจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคตะวันตกของประเทศแทน

แต่แม้ว่ามาตรการของเจ้าหน้าที่
จะดีเพียงใดและแน่นหนา
รอบคอบแค่ไหน แต่ผู้ค้ายาเสพติดก็ยังคงสามารถขนถ่ายยาเสพติดเข้ามาใน
ราชอาณาจักรได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ต้องทำงานแข่งกับเวลา และต้องปรับยุทธวิธีตลอดเวลา เพื่อให้รู้เท่าทันกลุ่มผู้ลักลอบค้ายาเสพติด

อย่างไรก็ตาม หากพบเห็นผู้ที่เดือดร้อน มีปัญหา หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดใกล้บ้านท่าน หรือโทรแจ้ง ขอความช่วยเหลือมาได้ที่ สายด่วนพม. โทร 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะการแก้ปัญหาให้ประชาชนคือหน้าที่ของเรา