กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ โดยศูนย์ปฏิบัติการ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดทำสถิติและเก็บข้อมูล สถานการณ์ไฟไหม้ วันที่ 14-20 กุมภาพันธุ์ 2563 พบว่า

- เกิดเหตุไฟไหม้ 29  ครั้ง 
รวม 67 ครัวเรือน

- จังหวัดที่เกิดเหตุมากที่สุด  
1. กรุงเทพมหานคร 5 ครั้ง
2. ชลบุรี/อยุธยา/พิษณุโลก/ขอนแก่น จังหวัดละ 2 ครั้ง
3. อื่นๆ จังหวัดละ 1 ครั้ง

- ผู้ประสบปัญหา  
- เด็กและเยาวชน 3 ราย
- สตรี 1 ราย
- ผู้สูงอายุ 2 ราย
- คนพิการ 1 ราย

- ผลกระทบ  
- บาดเจ็บ 2 ราย

- สาเหตุ   
- ไฟฟ้าลัดวงจร
- จุดไฟเผาหญ้า
ลามเข้าไหม้บ้านเรือนประชาชน

โดยเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์
ที่ผ่านมาเกิดเหตุไฟไหม้
บ้านเรือนประชาชน
ในชุมชนคลองขวาง เขตทุ่งมหาเมฆ 
ย่านถนนพระราม 3 อย่างรุนแรง ประกอบกับบ้านภายในชุมชน
ส่วนใหญ่เป็นไม้ทั้งหลัง
จึงเป็นเชื้อเพลิงลุกไหม้อย่างดี และทางเข้าชุมชนค่อนข้างคับแคบ ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิง
เข้าไปควบคุมเพลิงลำบาก 
เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานาน
กว่า 1 ชั่วโมง
จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
หรือเสียชีวิต 
บ้านต้นเพลิง
ัเบื้องต้นมีบ้านเสียหายมากกว่า 
30 หลังคาเรือน 

นอกจากนี้ยังเกิดเหตุไฟไหม้
ร้านรับซื้อของเก่า ลาดพร้าว 80 เหตุจากหม้อแปลงระเบิด
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารชั้นเดียว ชื่อร้านเทพประทานรับซื้อของเก่า ซอยลาดพร้าว 80 แยก 26 ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารโครงสร้างเหล็กชั้นเดียว ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในอาคาร เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมดลุกลามอาคารข้างเคียงเสียหายจำนวน 1 คูหา พื้นที่เพลิงไหม้เสียหาย
โดยประมาณ 364 ตารางวา
สาเหตุเพลิงไหม้
ไม่สามารถตรวจสอบได้
เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหาย
ทั้งหมด ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย เป็นเพศหญิง สาเหตุเกิดจากสำลักควัน 

นอกจากนี้ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ยังเกิดเหตุการณ์การไฟไหม้ป่า
ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย 
พบพื้นที่เสียหายกว่า 2 พันไร่ 

นอกจากนี้ ยังมีสถานการณ์ไฟป่า
หลังโรงเรียนเตรียมทหาร
จังหวัดนครนายก  
ซึ่งล่าสุด
เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟป่า
ได้แล้ว แต่ไฟก็ลุกลามไปติดบนเขาลูกอื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสกัดไฟไม่ให้ลุกลามเข้าบ้านเรือนประชาชน

โดยไฟป่าเกิดเนื่องจาก
มีลมกระโชกแรงทำให้ไฟลุกลาม
ไปติดเทือกเขาอีกหลายลูก กินพื้นที่ป่าเป็นบริเวณกว้าง ควันไฟปกคลุมหลายหมู่บ้าน ขี้เถ้าปลิวว่อนลอยเต็มท้องฟ้า
ตกใส่บ้านเรือนประชาชน
ได้รับความเดือดร้อน 

ขณะที่ชาวบ้าน
ได้ประสานขอรถน้ำจาก อบต.ต่างๆ เพื่อฉีดสกัดไม่ให้ลุกลามไหม้
บ้านเรือนประชาชน
ที่ปลูกบ้านอยู่เชิงเขา 

ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ของ
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ได้บินมาสมทบ
เพิ่มอีก 1 ลำ รวมเป็น 2 ลำ 
เพื่อช่วยดับไฟ คาดว่าหากไม่มีลมกระโชกรุนแรง จะสามารถดับไฟป่า
ให้สงบลงได้ทุกพื้นที่

ขณะที่นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สั่งการทุกภาคส่วน และมีหนังสือสั่งการเกี่ยวกับ
มาตรการ
การแก้ไขปัญหาไฟป่าปี 2563 การจัดทำประกาศ
กรมอุทยานแห่งชาติ ภูกระดึง เรื่องสถานการณ์ไฟป่าปี 2563 แจ้งเวียนผู้ว่าราชการจังหวัด
ทุกจังหวัดทราบ 
เนื่องด้วยปัจจุบัน พบว่าเกิดสถานการณ์ไฟป่า
ในขั้นวิกฤตและรุนแรง
ในหลายพื้นที่  สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นจำนวนมาก

ระดับการป้องกัน
และควบคุมสถานการณ์ไฟป่า
มีดังนี้

1. ให้ ผอ.สำนักบริหาร
พื้นที่อนุรักษ์ทั่วประเทศ  เข้าควบคุม
และบัญชาการด้วยตัวเอง กรณีเกิดสถานการณ์ไฟป่าขึ้น
ในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ไฟป่า ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด                                   
2. ตรวจสอบเส้นทางเข้าออก
พื้นที่ป่าอนุรักษ์ เน้นพื้นที่ซึ่งติดกับชุมชนทุกจุด สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ ตั้งจุดสกัด บริเวณทางเข้า-ออก ระหว่างหมู่บ้านกับพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทุกเส้นทางที่มีความเสี่ยง จัดทำทะเบียนประวัติบุคคล
ที่เข้า-ออกพื้นที่ป่า ติดตามตรวจสอบกิจกรรม
ของบุคคลที่เข้าไปในพื้นที่ป่า
ทุกราย โดยการสับเปลี่ยนอัตรา
กำลังเจ้าหน้าที่จากพื้นที่อื่นๆ  พร้อมทั้งจัดให้มีชุดลาดตระเวน เพื่อป้องปรามมิให้มีการลักลอบจุดไฟเพื่อหาของป่า ล่าสัตว์ 
ตลอด 24 ชั่วโมง                                         
3.ให้รายงานผลตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าปี 2563                                                                           
4.ให้ตรวจสอบความพร้อม
ของยานพาหนะ อุปกรณ์ดับไฟป่า ว่ามีเพียงพอ
สำหรับใช้ในการปฏิบัติงานหรือไม่ ในเบื้องต้นหากพื้นที่ใดขาดแคลน ขอให้สนธิกำลังทุกด้าน เข้าไปในพื้นที่เสี่ยงและวิกฤต รวมทั้งประสานงาน
กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นๆ ในพื้นที่ จิตอาสา
เพื่อเข้าร่วมปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่า 
หากอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ และอุปกรณ์ดับไฟป่า ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ขอให้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น เพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน


หากพบเห็นผู้ที่เดือดร้อน มีปัญหา หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดใกล้บ้านท่าน หรือโทรแจ้ง ขอความช่วยเหลือมาได้ที่ สายด่วนพม. โทร 1300 
ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะการแก้ปัญหาให้ประชาชนคือหน้าที่ของเรา